สรุปย่อผลงานวิจัย โครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ความสำคัญและที่มาของปัญหา

การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ มีความซับ ซ้อน? เพราะมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของ???? ธรรมชาติ? ?ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติก็เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ ทางวัฒนธรรมทั้งในอดีตและปัจจุบัน? คำถามที่น่าสนใจสำหรับนักโบราณคดีคือ? มนุษย์ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมอย่างไร?? เริ่มเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เมื่อไหร่?? และเกิดขึ้นเพราะปัจจัยอะไร? ?การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสังคมและ วัฒนธรรมในอดีตอย่างไร ???????????????????????????????????????????

การศึกษาทางโบราณคดีในระดับมหัพภาค (Macro scale)? พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศครั้งใหญ่ๆ หลายครั้งในโลก? ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิประเทศ? สภาพแวดล้อม มนุษย์และวัฒนธรรม?? ช่วงเวลาที่น่าสนใจสำหรับโครงการวิจัยนี้คือ ช่วงเวลาระหว่างสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย (18,000-11,000 ปีมาแล้ว)? หรือยุคน้ำแข็งตอนปลาย กับโฮโลซีน หรือยุคน้ำท่วม (10,000-2,500 ปีมาแล้ว)? ซึ่งพบว่ามีวัฏจักรการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่เกิดขึ้นจำนวนหลาย ครั้ง?? กล่าวคือภูมิอากาศมีสภาวะแปรปรวน? อากาศหนาวเย็นเปลี่ยนเป็นอบอุ่น? โดยเฉพาะในเขตขั้วโลก? ธารน้ำแข็งละลาย? ทำให้ระดับน้ำทะเลขึ้นสูง? และอากาศอบอุ่นขึ้น ?มีความชื้นในอากาศสูง? ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ? (เช่น การขยายตัวของ???? ป่าดงดิบ? ป่าชายเลน? เป็นต้น)? และมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมเช่นกัน? ได้แก่? การปฏิวัติเขียว? มีการริเริ่มเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์?? มีการเพิ่มของประชากร? มีการตั้งชุมชนขนาดใหญ่และถาวร? เกิดการแบ่งชนชั้นทางสังคม? เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยนั้น?? สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติก็น่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวด ล้อมของโลกเช่นกัน?? พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเห็นจะเป็นบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยทั้งภาค กลาง??? ภาคตะวันออก? และภาคใต้? และชายฝั่งทะเลอันดามัน มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะภูมิประเทศ (เช่นชายหาด? การพังทะลายของตะกอน? เป็นต้น)? นอกจากนี้พืชพรรณบริเวณใกล้กับแหล่งน้ำพบว่ามีปริมาณที่หนาแน่นกว่า ปัจจุบัน? ช่วงเวลาเดียวกันในภาคใต้? สันนิษฐานว่าพืชพรรณมีลักษณะไม่แตกต่างจากปัจจุบันนัก? เป็นป่าดงดิบชื้น? ซึ่งเป็นป่าที่ขึ้นทั่วไปในสภาพภูมิอากาศแบบป่าเขตร้อนชื้น??? สำหรับในภาคเหนือ? ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ? และภาคกลางได้รับผลกระทบโดยตรงน้อยกว่าภาคใต้และภาคตะวันออก? เพราะอยู่บริเวณภายในแผ่นดิน? สันนิษฐานว่าสภาพแวดล้อมไม่แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก? แต่จะมีความหนาแน่นของพืชพรรณในป่าและความชุกชุมของสัตว์ป่ามากกว่า ปัจจุบัน? อย่างไรก็ดี? การศึกษาในปัจจุบันยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในบริบทของโลกมากน้อยเพียงใด? อย่างไร และอะไรเป็นเงื่อนไขของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น? ????เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาลึกลงในระดับจุลภาค (Micro scale)??

ส่วนสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมนั้น? พบว่าหลักฐานทางโบราณคดีที่มีร่องรอยการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมใน บริเวณพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงโฮโลซีนตอนกลาง-ปลายหรือยุคโลหะ สมัยสำริดและเหล็ก เช่น พบว่ามีความหลากหลายทางวัตถุทางวัฒนธรรม?? มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการตั้งถิ่นฐาน? จากการเคลื่อนย้ายบ่อยๆ? เป็นการตั้งชุมชนถาวรบนพื้นที่ราบ? มีการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์? มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีจากการทำเครื่องมือหินกะเทาะ/หินขัด? เป็นการทำโลหกรรม? เกิดความแตกต่างทางสังคม? เป็นต้น? ส่วนหลักฐานทางโบราณคดีช่วงระหว่างไพลสโตซีนตอนปลาย-โฮโลซีนตอนต้นในประเทศ ไทย? ยังมีข้อมูลที่ค่อนข้างจำกัดและยังไม่มีความชัดเจนพอที่จะสร้างภาพ (Reconstruction) ความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมโบราณในบริบทของภูมิ ภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และของโลก

อย่างไรก็ดี?? แม้ว่าจะมีหลักฐานของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมอยู่บ้าง?? แต่ยังไม่มีการศึกษาทางโบราณคดีเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศในช่วงไพลสโตซีนตอน ปลาย-โฮโลซีนในประเทศไทยอย่างจริงจัง? ว่ามีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างไร?? และต่อการปรับตัวของคน? สังคมและวัฒนธรรมแต่ละช่วงเวลาหรือไม่? อย่างไร

พื้นที่สูงอำเภอปางมะผ้ามีความเหมาะสมสำหรับการวิจัยในฐานะ ?ห้องปฏิบัติการทางธรรมชาติ?? เพราะมีความหลากหลายทางด้านชีวภาพ ชาติพันธุ์และวัฒนธรรม? และมีลักษณะภูมิประเทศแบบเฉพาะเป็นภูเขาสูงชันยากแก่การเข้าถึง? ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมช้ากว่าบริเวณที่ราบ? ??ซึ่งสามารถเป็นข้อมูลเปรียบเทียบที่ดีสำหรับหลักฐานทางโบราณคดี

แหล่งเงินทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. ??? ?เพื่อศึกษาวิจัยให้ลุ่มลึกเกี่ยวกับคน วัฒนธรรม สังคม และร่องรอยความเป็นอยู่ของคนโบราณที่???? อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงภายในอำเภอปางมะผ้าในอดีต

2.???? เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโบราณ? โดยการใช้ศาสตร์ต่างๆ คือ โบราณคดี? ?????มานุษยวิทยา? และวงปีไม้? เพื่อสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของคน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงของอำเภอปางมะผ้า? จังหวัดแม่ฮ่องสอน

3.???? เพื่อสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสำหรับงานโบราณคดี สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยและโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ในภาคเหนือ? ด้านมานุษยวิทยากายภาพและวงปีไม้?? ซึ่งยังเป็นบุคลากรที่ขาดแคลนอย่างยิ่งของประเทศไทยในปัจจุบัน

ระยะเวลาในการทำวิจัย 2 ปี (พ.ศ. 2544-2546)

สรุปผลการวิจัย

โครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า? จังหวัดแม่ฮ่องสอน? ?ได้ค้นพบและสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สำคัญในทางวิชาการด้านโบราณคดี? มานุษยวิทยากายภาพ? และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน???? ผลงานวิจัยนี้ทำให้เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ใหม่จากศาสตร์ต่างๆ ได้อย่างกลมกลืน? และเกิดกระบวนการพัฒนาสร้างองค์ความรู้ใหม่และพัฒนาวิธีวิทยาของแต่ละศาสตร์ ที่เหมาะสมกับการวิจัยในประเทศไทยไปพร้อมๆ

สำหรับผลการวิจัยสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.? สามารถสร้างภาพรวมของประวัติศาสตร์ของสังคมและวัฒนธรรมของคนบนพื้นที่สูง? เพราะการศึกษาในอดีตเป็นการศึกษาที่แยกส่วนเฉพาะยุคสมัย? และประเภทของแหล่งโบราณคดี? ทำให้ไม่เห็นภาพรวมที่ชัดเจนของพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมทั้งพื้นที่? การเห็นภาพรวมทำให้ทราบว่าพื้นที่สูงนี้ไม่ใช่พื้นที่โดดเดี่ยว? แต่มีร่องรอยของการปฏิสัมพันธ์ของกลุ่มคนในอดีตอย่างต่อเนื่อง? ตั้งแต่สมัยไพลสโตซีนตอนปลาย? (ประมาณ? 22,190 ปีมาแล้ว)??? จนถึงปัจจุบัน

2.??? ผลการกำหนดอายุด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์จากแหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่? และเพิงผาถ้ำลอด? ถือว่าสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สำคัญเกี่ยวกับอายุสมัยทางโบราณคดีสมัยไพลสโต ซีนและโฮโลซีนของประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้? เนื่องจากในปัจจุบันมีแหล่งโบราณคดีในประเทศไทยที่ดำเนินงานโดยนักโบราณคดี ชาวไทยที่มีการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีคาร์บอน 14 ??ซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิงได้เป็นจำนวนที่น้อยมาก

3.???? การพบค้นโครงกระดูกคนของ ?คนปัจจุบัน? (Homo sapiens sapiens) จำนวน 3 โครงซึ่งมีอายุเก่าที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน? จำนวน 2 โครงขุดพบจากแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด? อายุ 13640 ?80 (Beta-168224) ปีมาแล้ว และ 12100 ? 60 (Beta-168223) ปีมาแล้ว? และ จำนวน 1 โครงจากแหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่?? อายุ 9720 ? 50 (Beta-168217) ปีมาแล้ว? ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับโครงกระดูกคนเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อการศึกษาเรื่อง วิวัฒนาการของ ?คน? ที่อยู่ในประเทศไทย? ซึ่งปัจจุบันเรามีข้อมูลโครงกระดูกเพียง 3 โครง (2 โครงพบจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน? และอีก 1 โครงพบที่ถ้ำหมอเขียว จังหวัดกระบี่ ??และเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญในการจัดลำดับวิวัฒนาการของคน ?ก่อนที่จะเป็นคนไทยในปัจจุบัน? รวมทั้งสร้างความกระจ่างในเบื้องต้นเกี่ยวกับคนเจ้าของวัฒนธรรมโลงไม้? ซึ่งเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โดดเด่นของอำเภอปางมะผ้า? จังหวัดแม่ฮ่องสอน? ว่ามีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างไปจากคนปัจจุบันที่อาศัยอยู่ในอำเภอปางมะผ้า ในขณะนี้ การสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในทางวิชาการและ สำหรับชุมชนท้องถิ่น? ทั้งนี้ทำให้สามารถสืบสาวรากเหง้าของคนที่เคยอยู่บนพื้นที่สูง

การค้นพบโครงกระดูก ?คนปัจจุบัน?? ปัจจุบันนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาเรื่องวิวัฒนาการของคนใน ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้? เพราะมีแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่มีการขุดค้นอย่างเป็นระบบและพบโครงกระดูก ?คนปัจจุบัน? ซึ่งเพียงไม่ถึง 20 แหล่งโบราณคดีในภูมิภาค

4.? ความรู้ใหม่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณในระดับจุลภาค? ซึ่งเป็นคุณประโยชน์ที่สำคัญต่อการสร้างภาพของภูมิอากาศโบราณในระดับมหัพภาค ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย? เอเซียตะวันออกเฉียงใต้? และโลก? ในประเทศไทยยังมีความรู้ที่ค่อนข้างจะจำกัดเกี่ยวกับเรื่องสภาพแวดล้อม โบราณ? ดังนั้นผลงานวิจัยจึงทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนและเพิ่มเติมจากข้อมูลเดิมที่เคย เสนอไว้โดย ดร. เชสเตอร์? กอร์มัน? นักโบราณคดีชาวอเมริกัน เมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมา? ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นใช้วิธีวิทยาจากหลายศาสตร์? โดยประยุกต์ใช้เทคนิคการศึกษาละอองเรณู? วงปีไม้? และโบราณสัตววิทยา? ทำให้ทราบว่าสภาพแวดล้อมในสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย? มีอากาศที่หนาวเย็นกว่าและชุ่มชื้นกว่าในปัจจุบัน? และในสมัยโฮโลซีนตอนปลาย? สภาพแวดล้อมจะคล้ายคลึงกับในปัจจุบัน? ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมแบบเขตร้อนที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ สร้างฐานข้อมูลที่สำคัญในด้านสภาพแวดล้อมโบราณของป่าเขตร้อนเอเชียตะวันออก เฉียงใต้

5.? สร้างฐานข้อมูลที่สำคัญสำหรับการพัฒนาท้องถิ่น? โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน? เพราะความรู้จากการวิจัยทำให้เกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมดั้งเดิมภายใน ชุมชน

6.?? สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่ทำงานข้ามสาขาจากต่างมหาวิทยาลัย? ที่มีความสนใจในการทำงานเชิงบูรณาการในสาขาโบราณคดี? ธรณีวิทยา? วงปีไม้? และมานุษยวิทยากายภาพ

โครงกระดูกคนท่านอนตะแคงมีอายุประมาณ 13640 ?80 ปีมามาแล้ว (Beta-168224) พบจากการขุดค้นในแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด

ประโยชน์จากงานวิจัย

ผลการวิจัยได้สร้างองค์ความรู้ใหม่กระตุ้นให้เกิดความสนใจในเรื่องการ อนุรักษ์และจัดการแหล่งทรัพยากรทางวัฒนธรรมภายในท้องถิ่นในฐานะของแหล่ง เรียนรู้ตลอดชีวิต? และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยั่งยืน?? รวมทั้งช่วยลดอัตราการทำลายแหล่งโบราณคดีภายในอำเภอปางมะผ้า

ดังนั้น? คุณูปการของการวิจัยมีทั้งทางตรงคือทางด้านวิชาการ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น? และทางอ้อมคือการใช้ประโยชน์ทางการศึกษาและเศรษฐกิจ

ด้านการศึกษา

  • การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นศึกษาและแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต

ผลของการวิจัยของแหล่งโบราณคดีที่ทำการสำรวจและขุดค้น (แหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่? และแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด)? สามารถจะพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมได้สำหรับเยาวชน และสาธารณชนทั่วไปได้? โดยเฉพาะการเรียนรู้เกี่ยวกับในเรื่องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวด ล้อม? ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนกระทั่งยุคปัจจุบัน? คนปรับตัวอย่างไรในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันตามกาลเวลา? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือเครื่องใช้? งานศิลปะ? การทำมาหากิน? ความเชื่อ? การตั้งบ้านเรือน? เป็นต้น

โครงการฯ ได้รณรงค์และส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมให้กับเยาวชนในท้องถิ่นที่มี ความหลากหลายชาติพันธุ์? ??จากกรุงเทพฯ และต่างประเทศเช่นอังกฤษ? อเมริกา? ฟิลิปปินส์ และอินเดีย? โดยสนับสนุนให้เข้าร่วมปฏิบัติงานในโครงการฯ? เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมในอดีตของอำเภอปางมะผ้า? ซึ่งได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน

ขณะที่ขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด? มีชุมชนหลายกลุ่ม ชาติพันธุ์?? แวะมาเยี่ยมชมด้วยความสนใจและถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับพื้นที่

ด้านเศรษฐกิจ

  • การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ปางมะผ้าเป็นอำเภอที่มีการแหล่งท่องเที่ยว

ที่หลากหลายประเภท? และเป็นพื้นที่สำคัญซึ่งได้รับผลกระทบการประชาสัมพันธ์ของทางจังหวัดและการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย? โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม?? งานวิจัยได้รับความสนใจจากชุมชนท้องถิ่น? และบริษัทนำเที่ยวที่ขอข้อมูล? ในเรื่องของแผนผังและรายละเอียดข้อมูลของแหล่งโบราณคดีเพื่อประกอบการนำ เที่ยว

อย่างไรก็ดี ??ความรู้พื้นฐานจากผลการวิจัยสามารถเป็น ?ต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญ?? ดังนั้น? ควรจะต้องเลือกสรรถ้ำหรือแหล่งโบราณคดีตัวแทนเพียงไม่กี่แหล่งที่เห็นว่ามี ศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว? ที่มีการจัดการที่ครบวงจรคือมีป้ายอธิบาย? มีวิทยากรท้องถิ่นที่สามารถอธิบายความสำคัญของมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่นได้

  • การส่งเสริมและพัฒนางานช่างฝีมือท้องถิ่น โครงการฯ ได้

ทดลองและช่วยออกแบบเครื่องประดับประเภทเครื่องเงินให้กับช่างฝีมือในหมู่ บ้านถ้ำลอด? โดยใช้รูปแบบของหลักฐานทางโบราณคดีบางประเภทเช่นโลงไม้?? ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์? ในการทำตุ้มหู? จี้ห้อยคอ? เป็นต้น???? ซึ่งสามารถจะพัฒนาส่งเสริมงานช่างผีมือท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ท้องถิ่นได้

ตัวอย่างของออกแบบเครื่องประดับโดยหัวหน้าโครงการจากหลักฐานทางโบราณคดีประเภทโลงไม้ที่ทดลองทำโดยชุมชนบ้านถ้ำลอด

ผลการวิจัย

1) ทำให้ทราบว่าปายมีประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่เก่าแก่ไปถึงสมัยอาณาจักรล้านนา ยุครุ่งเรืองเมื่อประมาณ 500? กว่าปีมาแล้ว และมีการอพยพเคลื่อนย้ายเข้ามาของคนหลายชาติพันธุ์อย่างต่อเนื่อง?? จนกระทั่งปัจจุบัน? จากการทบทวนเอกสารทำให้ทราบว่ายังไม่มีการค้นคว้าและรวบรวมความรู้ประวัติ ศาสตร์ของเมืองปายอย่างจริงจัง

2) ทราบสถานภาพความรู้ด้านประวัติศาสตร์วัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์? ว่ายังมีงานวิจัยอย่างลุ่มลึกในทุกมิติของเวลาค่อนข้างน้อยมาก

3) ทราบศักยภาพของแหล่งโบราณคดีและแหล่งทรัพยากรทางวัฒนธรรมในการจัดการความรู้ เกี่ยวกับท้องถิ่นและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน? ว่าจะต้องมีการสำรวจทางโบราณคดีอย่างละเอียดเพื่อรวบรวมข้อมูลก่อนที่จะถูก ทำลายโดยการขยายตัวของเมือง? และจะต้องทำการอนุรักษ์เบื้องต้นอย่างเร่งด่วน

4) การจัดเวที 3 ครั้งทำให้ทราบว่าชุมชนรอบนอกตัวเมืองปายมีสำนึกและความสนใจในการสืบค้น? อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นตนเอง? ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของชุมชนในการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรมต่อไป? และ

5) ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และหลักฐานทางโบราณคดี? เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเป็นแนวทางในการทำการวิจัยอย่างลุ่มลึกต่อไป? ข้อมูลจากการวิจัยสามารถนำไปพัฒนาจัดตั้งศูนย์ข้อมูลหรือศูนย์กลางการเรียน รู้ต่อไปในอนาคต