โครงการวิจัยการสืบค้นและการจัดการมรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในอำเภอปาย-ป่าง มะผ้า-ขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ความเป็นมาของโครงการ

ระบบทุนนิยมเสรีในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ได้ส่งผลกระทบทางด้านวัฒนธรรม สังคมและเศรษฐกิจต่อประเทศกำลังพัฒนาโดยตรง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมวัฒนธรรมที่เป็นผลจากกระแสของเศรษฐกิจ บริโภคนิยมจากประเทศตะวันตก?? การท่องเที่ยวในยุคที่โลกไร้พรมแดนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นในโลก

กระแสของจัดการการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆ ได้รับการส่งเสริมอย่างกว้างขวางทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนา?? กำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา? ?อดีต? และ? มรดกทางวัฒนธรรม? ถูกนำมาใช้และกลายเป็นรูปแบบส่วนหนึ่งของธุรกิจ/อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงมักจะปรากฏว่าแหล่งโบราณคดี/แหล่งโบราณสถาน? ถูกใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว? มีการพัฒนาโดยการจัดการแหล่งโบราณคดีให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว? เช่น อุทยานประวัติศาสตร์? และพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง? นอกจากนี้ก็มีการใช้วัฒนธรรมประเพณีเป็นจุดดึงดูดและจูงใจในการท่อง เที่ยว??? ในขณะที่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศก็เน้นการท่องเที่ยวจากแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ

ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากกระแสของโลกาภิวัฒน์เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะจากนโยบายการท่องเที่ยวที่รัฐส่งเสริมโดยเน้นด้านการตลาดเป็นหลัก เช่น นโยบายเรื่องหนึ่งตำบลหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจึงพยายามดำเนินงานตามนโยบายนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความร่ำรวยทั้งด้านทรัพยากรทาง ธรรมชาติ? ชาติพันธุ์? และวัฒนธรรม ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศชั้นนำของประเทศสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่สนใจธรรมชาติเป็นเวลามากว่า 20 ปีแล้ว? (เช่นดวงใจ? หล่อธนวณิชย์? และโยชิตะ? อิวะสะ 2545, ยศ? สันตสมบัติ และคณะ 2543, อุดร? วงษ์ทับทิม และคณะ 2545)

เส้นทางการท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ได้รับการพัฒนาอยู่ในช่วง พ.ศ. 2530-40 คือ เชียงใหม่-ปาย-ปางมะผ้า-แม่ฮ่องสอน-ขุนยวม เป็นเส้นทางที่ได้รับส่งเสริมและสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย? เส้นทางนี้ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัยต่อมา? โดยหน่วยงานของรัฐได้ปรุงแต่ง? คิดประดิษฐ์วัฒนธรรมไทยใหญ่และชนเผ่าให้เป็นอัตลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน? อย่างไรก็ดี การพัฒนาไม่ได้มีพื้นฐานจากความรู้ท้องถิ่น? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโบราณคดี? ประวัติศาสตร์และมรดกวัฒนธรรมเพื่อนำมาใช้เป็นฐานของการวางแผนแม่บทการ จัดการท่องเที่ยว? ดังนั้น? ตั้งแต่ช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงทั้งกายภาพของเมือง? หมู่บ้าน? อำเภอ? สิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรมเกิดขึ้นในอำเภอต่างๆที่มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว? โดยเฉพาะมีกลุ่มนายทุนจากภายนอกมาลงทุนทำธุรกิจการท่องเที่ยว? ทำให้ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจแทบจะไม่ได้ตกถึงชุมชนโดยตรง? ชุมชนไม่ใช่เจ้าของทรัพยากรทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของตนเองอีกต่อไป? แต่กลับเป็นลูกจ้างของนายทุนที่เข้ามาทำธุรกิจ? และเกิดความขัดแย้งขึ้นภายในชุมชน

ในระหว่างปีพ.ศ. 2442-49? สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)? ได้ตระหนักถึงปัญหาของการเติบโตของการท่องเที่ยว จึงได้สนับสนุนการวิจัยเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนและสร้างกลไกในการ จัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน? และมีนโยบายในการวิจัยเชิงพื้นที่ต่อมา (ดวงใจ? หล่อธนวณิชย์ และโยชิโระ? อิสะวะ 2545, ธวัชชัย? รัตนซ้อน 2542, ยศ? สันตสมบัติและคณะ 2543, สมโภชน์? ศรีโกมาตร? และคณะ 2542, สุภาวดี? มีสิทธิ์และคณะ 2544, 2545, อุดร? วงษ์ทับทิม และคณะ 2545)? โดยพยายามเตรียมความพร้อมของชุมชนในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอปางมะ ผ้า? และปาย?? โครงการต่างๆ เหล่านี้มีหลักการส่งเสริมความเข็มแข็งในด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนั้น ว่าจะต้องเป็นการดำเนินการที่ตั้งอยู่บนฐานของความเสมอภาคในการกระจายผล ประโยชน์? ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร มีการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น? มีการให้ความรู้เกี่ยวกับคุณค่าความสำคัญของทรัพยากรในท้องถิ่นซึ่งเป็นการ ถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีคุณภาพแก่นักท่องเที่ยว? รวมทั้งมีการอนุรักษ์และดำรงรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรม (ดวงใจ? หล่อธนวณิชย์ 2549, ศรีศักร? วัลลิโภดม 2546)? อย่างไรก็ดี? งานวิจัยที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับกระบวนการสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการที่ รวบรวมเรื่องราวของภูมิหลังทางด้านสังคม-วัฒนธรรมของชุมชน/กลุ่มชาติพันธุ์ น้อยมาก? ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น? ดังนั้นรูปแบบของการจัดการจึงเน้นในเรื่องของกลไกและรูปแบบการจัดการ? มากกว่าการผลิตความรู้ที่เป็นพื้นฐาน? ซึ่งเป็นหัวใจที่สำคัญสำหรับการนำไปสร้างเป็นเนื้อหาสำหรับการท่องเที่ยว

สำหรับอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม? เป็นพื้นที่ซึ่งเหมาะสมสำหรับการวิจัยเชิงพื้นที่ (area-based research) เพราะมีปัจจัยที่แตกต่างกันและมีจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาวิจัย เปรียบเทียบสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน? ทั้งสามพื้นที่มีการพัฒนาการท่องเที่ยวในระดับที่ไม่เท่าเทียมกัน? และพบว่าการท่องเที่ยวได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนในระดับต่างๆ

อำเภอปาย? ความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงนั้นมากกว่าอำเภอปางมะผ้า? อำเภอขุนยวม เพราะเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพื้นที่ของอำเภอปายอย่างรวดเร็ว มีนายทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าไปซื้อที่ดินและบ้านเรือนปรับเปลี่ยน เป็นร้านค้าและที่พัก(เกสต์เฮาวส์) เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว(ต่างชาติ) ชุมชนท้องถิ่นก็เริ่มย้ายถิ่นฐานออกนอกเมือง? วัฒนธรรมดั้งเดิมที่เคยมีอยู่ก็เริ่มเสื่อมถอย เกิดปัญหาอาชญากรรม โสเภณี ยาเสพติด และปัญหาเยาวชนมากขึ้น (ปุสตี? อาคมานนนท์ มอนซอนและคณะ 2535)? การเสื่อมถอยและวิกฤตทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในระยะหลังๆนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับรัฐและองค์กรในระดับท้องถิ่นพยายามขยายและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยนำตัวเลขทางเศรษฐกิจมาเป็นเกณฑ์แสดงถึงความเจริญของพื้นที่ ซึ่งถ้ามองแต่ในด้านผลได้ทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการจัดการที่ดี แล้ว เชื่อแน่ว่าจะเป็นผลดีแก่ท้องถิ่นเพียงในระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่ในระยะยาวกลับจะเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีผลต่อวัฒนธรรมที่ดีงามอันเก่าแก่ของท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการสูญเสียที่สำคัญยิ่งและอาจจะไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ ในที่สุดก็จะทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงาม และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งเคยเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้มาเยือนเพื่อศึกษาหาความรู้และพักผ่อนสูญหายไปด้วย (ดวงใจ? หล่อธนวณิชย์ 2549) ดังจะเห็นได้ในปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวคุณภาพจากต่างประเทศ เริ่มเปลี่ยนจุดหมายจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปสู่เมืองวังเวียง หลวงพระบาง หรือฮาลอง ในสาธารณรัฐประชาชนลาวและเวียดนามมากขึ้น ทั้งนี้? เนื่องจากที่ผ่านมาการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเน้นธุรกิจเป็นหลัก จนไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นเหมือนเช่นที่เคยเป็น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพลดลงอย่างน่าเป็นห่วง และนับวันก็จะส่งผลกระทบในทางลบต่อการท่องเที่ยวของอำเภอปาย มีผลต่อทรัพยากรธรรมชาติ และกระทบต่อวิถีชีวิตวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนในอำเภอปายมากยิ่งขึ้น

ขณะที่อำเภอปางมะผ้า? มีการเปลี่ยนแปลงที่ช้ากว่า? และยังดำรงอัตลักษณ์เกี่ยวกับธรรมชาติและวัฒนธรรมได้เหนียวแน่นกว่าปาย? เนื่องจากพื้นที่ทุรกันดารยังเป็นปราการสำคัญที่ช่วยป้องกันการไหลบ่าของ วัฒนธรรมโลกาภิวัตน์? อำเภอปางมะผ้าอยู่บนเส้นทางการท่องเที่ยวระหว่างอำเภอปายและจังหวัด แม่ฮ่องสอนซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะไม่ค้างคืน? ผลกระทบการท่องเที่ยวในอำเภอปางมะผ้ายังมีไม่มากนัก? เพราะมีเพียงบางชุมชนที่เริ่มพัฒนาการท่องเที่ยว? เช่นหมู่บ้านเมืองแพม? บ้านถ้ำลอด? บ้านแม่ละนา เป็นต้น จุดเด่นของอำเภอปางมะผ้าคือฐานความรู้ทางวิชาการ? มีการศึกษาวิจัยมากมายและมีความโดดเด่นในเรื่องของธรรมชาติโดยเฉพาะถ้ำ? โบราณคดี ความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม แต่ก็มีจุดที่ต้องพัฒนาคือเรื่องของการจัดการถ่ายทอดความรู้จากโครงการวิจัย โบราณคดีบนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า (รัศมี? ชูทรงเดช 2547)? ปัญหาของมัคคุเทศก์ที่ยังไม่มีเนื้อหาการนำเที่ยว? และการวางแผนแม่บทสำหรับการท่องเที่ยวที่สัมพันธ์กันในเชิงพื้นที่

ส่วนอำเภอขุนยวม? ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่ช้าเช่นเดียวกับอำเภอปางมะผ้า เพราะเป็นจุดปลายทางของการท่องเที่ยว ผลกระทบจากการท่องเที่ยวยังไม่รุนแรง จุดเด่นของอำเภอขุนยวมคือทุ่งบัวตองและพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่สอง แต่ปัญหาที่พบคือยังขาดการรวบรวมความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น? ไม่มีการวิจัยทางด้านโบราณคดี? ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม? และขาดระบบการจัดการท่องเที่ยว

การจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน? จำเป็นต้องมีฐานจากการมีส่วนร่วมของชุมชน? และเน้นเนื้อหาความรู้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประวัติความเป็นมาของมาตุภูมิ ชุมชน หรือความรู้เกี่ยวกับทรัยพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น? ล้วนเป็นต้นทุนที่มีคุณค่า?? ซึ่งนักท่องเที่ยวคุณภาพทุกคนปรารถนาใคร่เรียนรู้? คือความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของผู้คน? วัฒนธรรม และสถานที่ ซึ่งตนมาเยือน อาจกล่าวได้ว่าพื้นที่วิจัยในอำเภอปางมะผ้าและขุนยวม? มีศักยภาพในการพัฒนาและสามารถเตรียมการท่องเที่ยวให้รัดกุม?? เพราะยังไม่ประสบกับปัญหาวิกฤตที่รุนแรงอันเกิดจากการท่องเที่ยวเช่นเดียว กับอำเภอปาย

ดังนั้น? การวางแผนการจัดการท่องเที่ยวสำหรับอำเภอปางมะผ้า? และขุนยวม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับอำเภอปาย และการกู้วิกฤตการเสื่อมถอยของสังคม? วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของอำเภอปาย จึงจำเป็นจะต้องกลับไปสู่การทำความเข้าใจรากเหง้าและมรดกภูมิปัญญาของคน โบราณที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่วิจัยในอดีตและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน? ความรู้ความเข้าใจในอดีตนี้จะเป็นการสร้างสำนึกที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจใน คุณค่าของ ?ของดี? หรือ ?มรดกทางวัฒนธรรม? ที่มีอยู่ในบ้านเมืองของตัวเอง ส่งผลต่อการอนุรักษ์? พื้นฟูและการดำรงรักษาอัตลักษณ์ของแต่ละอำเภอในจังหวัดแม่ฮ่องสอนไว้ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวสนใจและกลับมาเมืองปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม? เพื่อทำความรู้จักในฐานะที่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อารยธรรมที่ยาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ (รัศมี? ชูทรงเดช 2547)? สมัยอาณาจักรล้านนา (สรัสวดี? อ๋องสกุล 2544)? สมัยรัตนโกสินทร์ (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ 2542, สำนักงานวัฒนธรรมประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2549, รัศมี? ชูทรงเดช 2550) สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง (สหวัฒน์? แน่นหนาและชิณณวุฒิ? วิลยาลัย 2543, สุรศักดิ์? ป้อมทองคำและคณะ 2541, ห้างหุ้นส่วนเฌอกรีน 2542, www.search.com/reference/Battle_of_Imphal) และยุคโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน? ที่สำคัญการพัฒนาโดยมีพื้นฐานของความรู้? มีโอกาสที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเข้ามาแทนที่ หากมีการฟื้นฟูและจัดการในแนวทางพระราชดำริคือการกลับไปสู่การพัฒนาการท่อง เที่ยวที่เน้นความเรียบง่ายและความพอดี โดยใช้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามที่มีอยู่เดิม เป็นแกนในการร้อยรัดสังคมท้องถิ่นให้เข้มแข็ง และอนุรักษ์ทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เป็นเสน่ห์ของเมืองปา ย-ปางมะผ้า-ขุนยวมที่ยั่งยืนต่อไป

โครงการวิจัยนี้? จึงเป็นโครงการที่ต้องการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนต่างชาติพันธุ์? โดยมีพื้นฐานจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิหลังของดินแดนและผู้คนที่ อาศัยอยู่มาแล้วแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากการสืบค้นข้อมูลมรดกทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ โดยมองการจัดการความรู้และการท่องเที่ยวที่มีความสัมพันธ์กันจากการเชื่อม โยงเชิงพื้นที่ของอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม เนื่องจากอำเภอปางมะผ้ามีฐานความรู้ทางวิชาการหลายมิติทั้งทางธรรมชาติและ วัฒนธรรม? จึงควรถอดความรู้ทางวิชาการที่ยากเพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและหลักสูตร ท่องเที่ยวเพื่อบรรจุในการเรียนการสอนของวิทยาลัยชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน? และทำการวิจัยและรวบรวมข้อมูลทางด้านโบราณคดี? ผู้คนและศิลปะวัฒนธรรมของเมืองปาย และขุนยวม? และพัฒนากลไกที่นำไปสู่การมีส่วนร่วมขององค์กรต่างๆ ในอำเภอปาย ปางมะผ้า? และขุนยวม?? เช่น หน่วยงานราชการ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน? ชุมชนท้องถิ่น ผู้รู้ และนักวิชาการที่ทำงานวิจัยอยู่ในพื้นที่ ฯลฯ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำหรับแนวทางในการพัฒนา? สำหรับจัดการมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเส้นใหม่ระหว่างอำเภอปาย-ปางมะผ้า -ขุนยวมที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ในมิติทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ในภาพรวม ของภูมิภาค? แทนการมองแบบแยกส่วนของแต่ละอำเภอ

โดยสรุป การฟื้นฟูพลังและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนั้น? จำเป็นที่จะต้องสร้างฐานองค์ความรู้ทางวิชาการ? และใช้ความรู้ในการวางแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาชุมชนในท้องถิ่น? โดยมีมรดกวัฒนธรรมทางโบราณคดี-ประวัติศาสตร์ความทรงจำเป็นแกนกลางของสายใย ที่ถักทอเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของชุมชุมต่างอำเภอร่วมกัน? ซึ่งจะทำให้เกิดพลังในการเสียดทานกระแสโลกาภิวัตน์อย่างตระหนักรู้? ดำรงรักษาอัตลักษณ์ของตนไว้ได้ และสืบสานภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพชนสืบต่อลูกหลานต่อไป??? ผลพลอยได้ในเรื่องขององค์ความรู้ใหม่จากการวิจัยก็ทำให้ผู้คนต่างถิ่นได้ เรียนรู้เกี่ยวกับผู้คน? และวัฒนธรรมที่เขามาเยือน? เกิดความซาบซึ้งและเคารพความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ศาสนาและวัฒนธรรม เคารพความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันโดยสันติ? นอกจากนี้องค์ความรู้ใหม่ยังสามารถจะทำให้มีเนื้อหาที่น่าสนใจ? และสร้างเสน่ห์สำหรับการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนได้?? โดยเน้นความถูกต้องและเสนอความจริงที่เกิดขึ้น? พร้อมทั้งเกร็ดความรู้? อันจะทำให้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยต่างๆ เป็นภาพที่มีชีวิตและน่าสนใจ? สามารถสร้างแรงดึงดูดให้คนมาเยือนพื้นที่วิจัยได้อย่างต่อเนื่อง? และเกิดความยั่งยืนในการรักษา ?ของดี?? ที่มีอยู่ในมาตุภูมิของตน

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิหลังของคน? สังคม? และวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ในอำเภอปาย-ปางมะผ้า-ขุนยวม
  2. เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมทั้งในอดีตและปัจจุบัน
  3. เพื่อประมวลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจากประวัติความทรงจำ/ประวัติศาสตร์บอกเล่าของคนที่อาศัยอยู่ในอำเภอปาย? ปางมะผ้า? และขุนยวม
  4. เพื่อ บูรณาการองค์ความรู้เกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นด้านโบราณคดี? ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนท้องถิ่น? และประวัติของพื้นที่ในอำเภอปาย-ปางมะผ้าและขุนยวมจากอดีตถึงปัจจุบัน
  5. เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลเกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมสำหรับการจัดการความรู้และการท่องเที่ยว
  6. เพื่อ พัฒนาหลักสูตร? แหล่งเรียนรู้? แหล่งท่องเที่ยว? และเชื่อมโยงเส้นทางของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนของอำเภอปาย -ปางมะผ้า-ขุนยวม