ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักสืบของอดีต

ดร.รัศมี ชูทรงเดช  นักสืบของอดีต

“นักโบราณคดี เปรียบเสมือนนักสืบของอดีต เป็นคนที่ทำหน้าที่สืบค้นศึกษาเรื่องราวของคนในอดีต จากวัตถุที่มนุษย์ทำขึ้นและทิ้งร่องรอยไว้ให้สืบค้นหาความเป็นไปในอดีต ซึ่งจะบอกเราได้ว่า มีเรื่องราวกิจกรรมอะไรเกิดขึ้นบ้างในอดีต ด้วยวิธีการศึกษาโดยใช้วิธีสหวิทยา ใช้ความรู้จากหลายศาสตร์ในการประมวลผล ตีความ และหาข้อสรุปจากหลักฐานที่ค้นพบ และนำไปใช้ปะติดปะต่อกันเหมือนจิ๊กซอว์ที่ช่วยลำดับเรืองราวต่างๆ ในอดีต ทำให้เราได้ความรู้ความเข้าใจความเป็นไปของรากเหง้าทางสังคมและวัฒธรรม ที่เราขุดค้นได้”

ดร.รัศมี ชูทรงเดช  นักสืบของอดีต…นักโบราณคดีตัวจริง

สำหรับนิตยสารรีครูท  ฉบับต้อนรับเดือนแห่งความรัก  จะนำเสนออาชีพที่ต้องอาศัยใจรัก ความอุตส่าห์ ความทรหดอดทนเท่านั้น  ถึงจะมาทำงานตรงจุดนี้ได้  อาชีพนักโบราณคดีเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน  หลายคนเลือกเรียนโบราณคดีเพราะความโรแมนติกแต่พอได้เรียนละจับางนนี้แล้ว มันไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้เลย มาติดตามทัศนะของนักโบราณคดีท่านหนึ่งที่คร่ำหวอดในเส้นทางสายนี้ ว่าเขาต้องผ่านพบกับสิ่งใดบ้าง และนานาทัศนะต่างๆที่อยากถ่ายทอดให้เด็กรุ่นใหม่ที่อยากเป็นนักโบราณคดี….

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัศมี ชูทรงเดช หรืออาจารย์ “อิ๋ว” นักโบราณคดี และอาจารย์สอนนักศึกษาประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรเริ่มสนใจในวิชาสังคมศาสตร์และชอบการท่างเที่ยวตั้งแต่เด็ก  เมื่อเรียนจบมัธยมปลาย  โรงเรียนสตรีวิทยา  จึงเลือกเอนทราซ์เข้าคณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากร  ซึ่งเมื่อได้เรียนแล้วทำให้รู้สึกประทับใจ การเรียนการสอนของคณะโบราณคดีค่อนข้างมีอิสรภาพ  มีโอกาสได้ไปศึกษาแหล่งโบราณสถานต่างๆ ตั้งแต่เรียนชั้นปีที่ 1  โดยระหว่างเรียนก็ไปช่วยทำงานวิจัยด้วยเขามีการขุดค้นที่ไหนก็จะตามเข้าไปทำงานด้วย

เมื่อสำเร็จการศึกษาได้ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว  ที่กรมศิลปากร  จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สัมผัสชีวิตการทำงานจริงก็ยิ่งรู้สึกชอบอาชีพนี้จริงๆ ทำงานอยู่ประมาณ 2 ปี ในช่วงนี้ได้เรียนรู้ว่าเรายังมีความรู้ในสายงานของเราไม่เพียงพอมีหลายอย่างที่เรายังไม่รู้  จึงตัดสินใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโท  ผ่านการแนะนำจากอาจารย์คนไทยและอาจารย์ชาวต่างประเทศ  ในเรื่องการศึกษาต่อด้านโบราณคดี ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา  ได้แก่  ดร.พิสิฐ  เจริญวงศ์,  ดร.พรชัย สุจิตต์,  Dr.Bennett Bronson,  Dr.Vincent Pigott โดยให้เขียนจดหมายถึง Professor Karl Hutterer  จาก University of Michigan  เมือง Ann Arbor  ที่มีใจความว่า ตนเองเป็นใคร กำลังทำงานอะไร และสนใจอยากศึกษาต่อในด้าน  โบราณคดีระดับสูงขึ้น  อยากทำงานโบราณคดีเชิงวิจัย

ในที่สุดอาจารย์ท่านก็ตอบรับกลับมา จึงได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและใช้เวลาทั้งหมด 2 ปีครึ่ง  จึงจบการศึกษาในปี ค.ศ. 1986  และกลับเมืองไทยมางานเป็นอาจารย์สอนที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  ระหว่างทำงานก็ทำวิจัยร่วมด้วย ช่วงนั้นตะหนักว่า  ยิ่งทำงานสอนนักศึกษาเท่าไรก็ยิ่งทำให้รู้ว่าความรู้ไม่เพียงพอ ต้องแสวงหาความรู้เพิ่มเติม จึงกลับไปศึกษาต่อใน ระดับปริญญาเอกที่เดิมในปี 1991 หลังจากทำงานได้ประมาณ 4 ปี

สำหรับการไปศึกษาต่อครั้งนี้ ไดรับทุน  Wenner-Gren Foundation for Anthropological Research  เป็นทุนทางด้านมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัย มิชิแกน ใช้เวลาเรียนอยู่ประมาณ 5 ปี  เมื่อสำเร็จการศึกษาก็กลับมาทำงาน สอนต่อ  ร่วมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนระดับปริญญาโท  ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่  โครงการสำรวจและการจัดทำระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับถ้ำ  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  (เริ่มทำงานวิจัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543)  และโครงการโบราณคดีบนพื้นที่ราบสูงในอำเภอปางมะผ้า  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  (เริ่มทำงานวิจัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546)  ซึ่งโครงการหลังนี้ได้รับรางวัลชมเชย  ผลงานวิจัย  จากสภาวิจัยแห่งชาติ  ประจำปี  2549  ปัจจุบันอาจารย์รัศมียังคงเป็นอาจารย์สอนด้านโบราณคดีควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยต่อไป

หลังจากเกริ่นแบล็กกราวน์ของอาจารย์อิ๋วไปเสียเหยียดยาว ลองมาติดตามไลฟ์สไตล์การทำงานของนักโบราณคดีท่านี้กันเถอะ

            บริการเวลาการทำงานอย่างไรคะ 

สำหรับการทำงาน  อาจารย์จะแล่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การทำงานสอนที่คณะโบราณคดี  กับการทำงานวิจัยภาคสนาม โดยจะวางแผนการทำงานตลอดสัปดาห์ทุกเช้าวันอาทิตย์  ต้องมีจัดระบบการทำงานให้ดี  ซึ่งเน้นงานสอนเป็นหลัก  ส่วนงานวิจัยจะทำหลังจากนั้น  และทุกวันศุกร์ทางคณะจะจัดกิจกรรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมให้กับนักศึกษา  ซึ่งตัวอาจารย์เองก็อยู่ร่วมทำกิจกรรมนั้นด้วย  ส่วนการทำวิจัยภาคสนามก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วน  คืองานวิจัยโครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอำเภอปางมะผ้า  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ที่ต้องไปปฏิบัติงาน และตามงานสัปดาห์เว้นสัปดาห์เลยทีเดียว  โดยลูกศิษย์ประจำอยู่ที่แม่ฮ่องสอน  และงานภาคสนามของคณะโบราณคดีที่จัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี  มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีตั้งแต่ชั้นปีที่ 1,2,3  และปริญญาโท มาฝึกงานเป็ฯเวลา 15 วัน เพื่อให้รู้ว่าการขุดค้นสำรวจทางโบราณคดีเป็นอย่างไร

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างทำงานสอนหรืองานวิจัยคืออะไร

ด้านงานสอน  นักศึกษาของเราที่มาเรียนคณะโบราณคดี  พอมาเรียนจริงๆ แล้ว  บางคนเรียนแล้วใช่  แต่หลายคนเมื่อสัมผัสการเรียนและฝึกปฏิบัติงานจริงทำให้เขารู้ว่าตัวเองเมื่อจบออกไปแล้ว  ในชีวิตจริงเขาคงจะไม่ทำงานเป็นนักโบราณคดีแน่  ส่วนเราเป็นอาจารย์ก็ทุ่มเทให้กับงานสอน  เพราะอยากสอนให้เขามีจิตวิญญาณรักในสิ่งที่เขาทำแต่ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าลูกศิษย์ทุกคนที่มาเรียนกับเราใช่ว่าเมื่อจบไปแล้วพวกเขาอาจจะไม่เป็นนักโบราณคดี ดังนั้นเราจึงคิดปรับเปลี่ยนกลวิธีการสอนในแต่ละปี เราต้องสอนให้เขาได้รู้ว่าสิ่งที่เขาเรียนนั้น  สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

สำหรับงานวิจัยอยากทำเพื่อคนด้อยโอกาส  ชนกลุ่มน้อยคอยให้ความรู้  ความเข้าใจ และทำให้เขาภาคภูมิใจในถิ่นฐานของตน  มีหลายพื้นที่ตามชายขอบของประเทศไทยที่อยากจะศึกษา แต่ติดปัญหาเช่นทุนการวิจัยระยะยาว หรือปัญหาความไม่สงบของแต่ละพื้นที่  ทั้งที่เป็นแหล่งที่น่าสนใจ  ในอนาคตหากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้  ก็จะเข้าไปศึกษาทำการวิจัยอย่างแน่นอน พร้อมมุ่งพัฒนางานวิจัยให้ไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งใจ  และหาแนวร่วมทางด้านวัฒนธรรม  ที่จะมาผลึกกำลังกันทำงานวิจัย เพราะการศึกษาความรู้ทางด้านโบราณคดีเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจความแตกต่าง  ความหลากหลาย ของสังคมและ วัฒนธรรม สิ่งที่ได้นั้นสามารถอธิบายถึงรากเหง้าในอดีต  ว่าแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน มนุษย์มีการปรับตัว มีความเชื่อที่แตกต่างกัน ตามการตั้งถิ่นฐานและพื้นที่ที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อวิธีคิดการดำเนินชีวิต  และศาสตร์เกี่ยวกับด้านโบราณคดีสามารถช่วยตอบปัญหาต่างๆ ได้ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันได้

สืบเนื่องจากปัญหาดังกล่าว อาจารย์คิดว่าคนที่จะเป็นนักโบราณคดีได้ต้องเป็นคนอย่างไร

นักโบราณคดีต้องเป็นคนที่ช่างสงสัย  ช่างสังเกต  ใฝ่รู้ มีจินตนาการพอ สมควร มีความสนใจและอดทน  เพราะการสืบค้นทางด้านโบราณคดีต้องใช้เวลาในกาแสวงหาความจริง  จะต้องเป็นคนมีเหตุผล  และสุขภาพเข็งแรงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ  ไม่มีโรคประจำตัว ภูมิแพ้ ไม่เป็นตาบอดสี เพราะคนที่เป็นตาบอดสี เวลาขุดดินจะแยกสีดินไม่ออก  สีดินบ่งบอกความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมได้

สำหรับตอนนี้แนวโน้มของตลาดเป็นเช่นไร

นักศึกษาที่จบทางด้านโบราณคดีเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดเวลา ไม่ใช่จำเป็นต้องทำงานที่กรมศิลปากรเพียงอย่างเดียว บริษัทเอกชนหลายแห่งมีการรับจ้างนักโบราณคดีขุดค้นแหล่งต่างๆ จำนวนมาก เพราะฉะนั้นนักศึกษาโบราณคดีจึงไม่เคยตกงาน แต่นักศึกษาโบราณคดีเป็นคนที่เลือกงาน นักศึกษาที่จบการศึกษาในแต่ละปีไปเป็นนักโบราณคดีเพียงไม่กี่คน จึงเป็นที่ขาดแคลนของตลาด เพราะไม่ค่อยมีนักศึกษาโบราณคดีที่จบใหม่ไปทำงานไกลๆ หรืองานที่กรุงเทพฯ ไม่มีที่รองรับได้เพียงพอ นักศึกษาโบราณคดีจบใหม่ส่วนใหญ่จะไปทำงานอาชีพอื่นๆ เช่น เป็นนักข่าว ทางด้านศิลปวัฒนธรรม  ทำรายการสารคดีบ้าง เป็นไกด์บ้างทำอาชีพอิสระอื่นๆ แต่เขาก็นำความรู้ที่ได้เรียนไปใช้บ้าง ด้วยเหตุนี้เราจึงปรับเปลี่ยนวิธีคิดวิธีสอนเขาให้เป็นคนดี มีความรู้ และชี้ให้เขาได้เห็นว่าความรู้ทางด้านโบราณคดีจะนำเอาไปใช้ได้อย่าไรในอาชีพต่างๆ หากคนไหนอยากทำงานแบบมืออาชีพจริงๆ เราก็ชวนเขามาทำงานวิจัยด้วยกัน และฝึกเขาจากตรงนั้น ฝึกให้เขามีจิตวิญญาณที่อยากเป็นนักโบราณคดี และ เมื่อเรียนจบออกไปขอให้เขาช่วยสร้านักโบราณคดีรุ่นต่อไป

นักโบราณคดีมีค่าตอบแทนเป็นอย่างไร

เมื่อนักศึกษาเรียนจบ หากทำงานที่กรมศิลปากรมีรายได้ 6,000 กว่าบาทต่อเดือน หรือทำงานเอกชนมีรายได้ 7,000-8,000 บาท หากมีประสบการณ์มากขึ้นจะได้ 10,000 กว่าขึ้นไป หรือหากรับฟรีแลนซ์ จะมีค่าตอบแทนตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนขึ้นไป แต่นักโบราณคดีนั้นจะต้องเป็นมืออาชีพจริงๆ และสิ่งที่อยากให้นักโบราณคดีคำนึกถึง คือ เวลาทำงานจะต้องมีจริยธรรมในวิชาชีพ เวลาทำงานต้องไม่โลภ ไม่คิดว่าทุอย่าเป็นเงิน แต่เราต้องนึกถึงคุณภาพของงาน พองานออกมาดี มันจะยั่งยืนถาวร

ข้อคิดทิ้งท้าย…

“การเรียนรู้วิชาโบราณคดี ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่ายิ่ง เพราะหากคนเรามีชีวิตอยู่อย่างคนไร้ประวัติศาสตร์ ก็เปรียบเหมือนคนที่ไร้รากเหง้า”

สำหรับใครที่สนใจอยากเรียนโบราณคดีลองคลิก http://www.archae.su.ac.th

 

  1. ด.ญ.ญาณิศา วรวัฒน์ พูดว่า:

    เรียน ดร.รัศมี
    หนูสนใจอยากจะเรียนทางด้านโบราณคดี ตอนนี้เรียนอยู่ ม.1 คุณครูเลยให้หาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนี้ อาทิเช่น
    การทำงานของนักโบราณคดี ซึ่งก็พอจะหาได้ แต่มีอีกหัวข้อคือเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับนักโบราณคดีมีอะไรบ้างหนู่ยังไม่สามารถหาได้ จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์ข้อมูลหรือแนะนำการค้นหาให้ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง

    ญาณิศา วรวัฒน์
    นร.ม.1 จ.แพร่

  2. Rasmi Shoocongdej พูดว่า:

    สวัสดีค่ะ
    ดีใจที่ทราบว่าหนูอยากเป็นนักโบราณคดี หนูควรจะพยายามตั้งใจเรียนรักษาเกรดเฉลี่ยของเราไว้ และทำคะแนนให้ได้สูงประมาณ ๒๕๐ คะแนนเพื่อจะได้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์จ้ะ หนู้สามารถสมัครตรงและ admission ได้ พยายามหาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความหมายของโบราณคดี และโบราณคดีเมืองแพร่ ซึ่งก็มีการขุดค้นอยู่หลายแห่งในจังหวัด

    ส่วนเครื่องมือ มีเครื่องมือสำรวจ ได้แก่กล้องสำรวจ เข็มทิศ เทป เป็นต้น ส่วนเครื่องมือขุดค้น ก็ได้แก่เกรียง จอบ แปรง เสียม เครื่องมือหมอฟันสำหรับแต่งกระดูก เป็นต้น หนูดูจากวีดีโอก็ได้ แล้วเห็นอะไรในหลุมขุดค้นก็เขียนไปอย่างที่เห็นจ้ะ

    เรื่องโบราณคดีไม่มีน้ำตา เป็นเรื่องของคนที่อยากเป็นนักโบราณคดีและมีเครื่องมือการทำงานด้วย ลองดูจ้ะ สำหรับการขุดค้นดูวีดีโอโบราณคดีบนพื้นที่สูงจ้ะ

    หวังว่าคงจะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อยนะจ้ะ
    รัศมี

  3. Nutto Jaidee พูดว่า:

    เรียน ดร.รัศมี

    หนูอยากเรียนโบรารคดีคะ แต่หนูจบป.ตรีบริหารมา เลยอยากทราบว่าคณะนี้มีเปิดโท บ้างหรือเปล่าคะ คือว่าหนูอายุ 21ปี ใยตอนแรกอยากเรียน คณะนี้มากแต่ไม่มีความรู้ว่าจะต้องไปเรียนที่ไหน ดังนั้นเป็นการตัดสินใจของครอบครัวให้เรียนบริหาร ของมหาลัยรามคำแหง อยากเรียนรู้เรียนวัตถุโบราณ เรื่องสมัยอดีต พอจะมีคลาสไหน ที่สามารถให้เราค้นคว้าได้บ้างไหมคะ ขอบพระ คุณมากค่ะ

    นางสาวณัฐวดี ใจดี

  4. Rasmi Shoocongdej พูดว่า:

    สวัสดีค่ะ

    ขอโทษที่ตอบล่าช้าหน่อยนะคะ ประมาณเดือนเมษายนจะมีการประกาศสอบเข้าเรียนระดับปริญญาโทสาขาโบราณคดีค่ะ มาสอบได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพียงแต่อาจจะยากหน่อยสำหรับคนไม่มีพื้นฐาน แต่ถ้ามีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง คิดว่าน่าจะทำได้ค่ะ ลองดูเว็บไซต์ของบัณฑิตวิทยาลัยดูนะคะ เวลาที่ดูหนังสือก็ลองอ่านหนังสือโบราณคดี พยายามทำความเข้าใจ ซึ่งหนังสือก็สามารถจะหาได้ทั่วไป ดาว์นโหลดหนังสือที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพไปก่อนก็ได้นะคะ จะได้พอทราบเป็นพื้นฐานก่อน

    โชคดีค่ะ

    รัศมี

  5. sasipapa Kaiket พูดว่า:

    สวัสดีค่ะ

    หนูยังเรียนชั้นมัธยมอยู่ค่ะ มีความสนใจกับอาชีพโบราณคดีแต่หนูเรียนสายวิทย์ค่ะ จะเสียเปรียบคนอื่นหรือป่าวค่ะหากจะเรียนด้านนี้ค่ะ หนูมีความสุขกับการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์มากๆๆๆเลยนะค่ะ

    ศศิประภา

  6. Nutto Jaidee พูดว่า:

    ถึง ดร.รัศมี

    ขอขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวหนูจะลองหาดูน่ะค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

    ณัฐวดี ใจดี

  7. Pranjic Prasad พูดว่า:

    เรียน อ.รัศมี ชูทรงเดช,อาจารย์ ช่วยกรุณาไปดูบทความใน google ที่ผมลงไว้ เรืองของการขุดสำรวจที่อาจารย์ไปให้สัมภาษณ์ร่วมกับ Prof.Mokhtar Saidinที่เมืองเคดาห์ว่า ซาก 2,500 ปีจาก sample นั้นไม่มีปรากฎเลยในเมืองไทย เป็น Early Indian Contact ส่วนที่จะsearch ดูได้ใน qoogle นั้น มีดังนี้คือ
    “สุวรรณภูมิคือเมืองเคดาห์โบราณ”, “จินหลินหรือกิมหลินคือเมืองเวียงสระโบราณ”, “ศรีวิชัยมีศูนย์กลางอยู่ที่อ.สิงหนคร จ.สงขลา”
    ประวัติศาสตร์สมัยโบราณทางภาคใต้ของไทยเราจะต้องแก้ไขกันอีกมาก เท่าที่ผมศึกษามาเราเรียงเมืองต่างๆตามบันทึกจีนผิดทั้งนั้นเลยครับ …ขอบคุณมากครับ

line
footer
Powered by Rasmi Shoocongdej Rasmi Shoocongdej, PhD Associate Professor Chair, Department of Archaeology, Faculty of Archaeology, Silpakorn University
31 Na Phralan road, Bangkok 10200 ,Thailand, Phone: 662 222 6819, Fax: 662 226 5355| Designed by Me&Destination